
PET (Polyethylene Terephthalate) เป็นวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่พบทั่วไปในชีวิตประจำวันนิยมใช้ทั้งในสินค้าอุปโภค บริโภค ปัจจัยที่ทำให้พลาสติก PET นั่นได้รับความนิยมเพราะพลาสติก PET ทำหน้าที่ป้องกันความเสียหายจาก อากาศ ความชื้น แสง และอุณหภูมิได้ดี รวมถึงได้รับมาตรฐานในระดับสากล
อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้พลาสติก PET ให้เหมาะสมกับแต่ละประเภทสินค้านั้นยังมีความสำคัญอย่างมาก ถึงแม้ว่าพลาสติก PET จะป้องกัน อากาศ ความชื้น แสง และอุณหภูมิได้ดี ยังไม่สามารถป้องกันได้ 100% หากจะใช้ให้มีประสิทธิภาพต้องใช้ร่วมกับ ประเภทบรรจุภัณฑ์ที่มีฝา การซีล และการเลือกใช้ซองกันชื้น ซองดูดออกซิเจน เพื่อเพิ่มความเสถียรของสินค้าในการเก็บรักษาให้ยาวนานขึ้น
Table of Content
1.การใช้พลาสติก PET ในบรรจุภัณฑ์อาหาร
2.คุณสมบัติของ PET ที่เหมาะสมสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหาร
3.มาตรฐานและข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ PET ในบรรจุภัณฑ์อาหาร
4.ข้อดีและข้อจำกัดของ PET เมื่อเทียบกับวัสดุชนิดอื่น
5.การใช้ PET ร่วมกับซองกันชื้น และซองดูดออกซิเจนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบรรจุภัณฑ์
1.การใช้พลาสติก PET ในบรรจุภัณฑ์อาหาร
PET (Polyethylene Terephthalate) เป็นพลาสติกกลุ่มโพลีเอสเตอร์ที่นิยมใช้ในบรรจุภัณฑ์ เพราะมีคุณสมบัติที่เหมาะแก่การนำมาใช้ ทั้งใส แข็งแรง น้ำหนักเบา ขึ้นรูปทรงง่าย และมีคุณสมบัติในการป้องการอากาศหรือความชื้นได้ดี
PET ในอุตสาหกรรมอาหาร
- ขวดเครื่องดื่ม: น้ำดื่ม น้ำอัดลม น้ำผลไม้ ชา กาแฟ ฯลฯ
- กล่อง กระปุก ถาด: อาหารพร้อมทาน เบเกอรี่ อาหารแปรรูป
- ฟิล์ม ลามิเนตที่มีชั้น PET: ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับผนังบรรจุภัณฑ์เพื่อความทนทาน และใสเพื่อความสวยงาม
2.คุณสมบัติของ PET ที่เหมาะสมสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหาร
Safety for Contact
- พลาสติก PET มีความปลอดภัยสูงเนื่องจากอยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานหลายประเทศอย่าง FDA และ EU อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับกฏหมายการควบคุมพลาสติก PET
Chemical Inertness & Stability
- พลาสติก PET มีความเฉื่อยทางเคมี กล่าวคือ ไม่ทำปฏิกิริยากับผลิตภัณฑ์ หรือ สินค้า อีกทั้งไม่ส่งต่อ รส กลิ่น สี หรือความคงตัวของสารสำคัญในสินค้า
Barrier Properties
- ป้องกันการแทรกตัวของน้ำ อากาศ และความชื้นได้ดี ช่วยลดโอกาสเกิดออกซิเดชัน
- แต่ในอีกด้านหนึ่ง PET ไม่ได้กันความชื้นได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับบางวัสดุ ดังนั้นหากเป็นสินค้าที่ไวต่อความชื้น (เช่น อาหารกรอบ ยาเม็ด ผงชง) มักต้องพิจารณา “ระบบเสริม” เช่น ฝา ซีล หรือซองกันชื้นร่วมด้วย เพื่อให้การป้องกันสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- งานวิจัยจาก ScienceDirect รายงานว่า WVTR ของขวด ภายใต้สภาวะเร่ง (accelerated) เพื่อเทียบวัสดุ Glass vs PET vs HDPE โดยยกตัวอย่างขวดขนาดเท่ากัน (30 cm³ / 24 mm) ที่ 40°C / 75%RH ได้ค่าเฉลี่ยโดยประมาณ: Glass: 0.07 mg/day/bottle | PET: 9.9 mg/day/bottle | HDPE: 0.8 mg/day/bottle
Clarity & Presentation
- ความโปร่งใสเป็นจุดสำคัญของพลาสติก PET ทำให้พลาสติกชนิดนี้ถูกใช้ในเชิงการตลาดสูง เพราะช่วยให้ผู้บริโภค “เห็นสินค้า” ได้ชัด เพิ่มความเชื่อมั่นด้านความสะอาด คุณภาพ และความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์
3.มาตรฐานและข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ PET ในบรรจุภัณฑ์อาหาร
สหรัฐอเมริกา: FDA / 21 CFR
สหภาพยุโรป: กรอบกฎหมาย Food Contact Materials
- กฎหมายกรอบวัสดุสัมผัสอาหาร: Regulation (EC) No 1935/2004
- กฎหมายเฉพาะ “พลาสติกสัมผัสอาหาร”: Commission Regulation (EU) No 10/2011
- กรณีใช้ พลาสติกรีไซเคิล (เช่น rPET) สัมผัสอาหาร: Commission Regulation (EU) 2022/1616
4.ข้อดีและข้อจำกัดของ PET เมื่อเทียบกับวัสดุชนิดอื่น
ข้อดีของพลาสติก PET
- โปร่งใสและสวยงาม เหมาะกับสินค้าที่ต้องโชว์คุณภาพ/ความสะอาด
- แข็งแรง น้ำหนักเบา ลดการแตกหักระหว่างขนส่ง
- กันออกซิเจนดีกว่า HDPE ในหลายกรณี (จึงเหมาะกับสินค้าที่ไวต่อออกซิเดชันมากกว่า)
ข้อจำกัด
- พลาสติก PET ไม่สามารถป้องกันอากาศได้ 100% ยังมีการ Permeation ได้ตามธรรมชาติของพอลิเมอร์ ต่างจากแก้ว หรือ โลหะที่สามารถป้องกันได้ดีกว่า
- พลาสติก PET ไม่ใช้วัสดุที่ป้องกันความชื้นได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับวัสดุชนิดใกล้เคียงอย่าง HDPE
5.การใช้ PET ร่วมกับซองกันชื้น และซองดูดออกซิเจนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบรรจุภัณฑ์
แม้ พลาสติก PET จะเป็นวัสดุยอดนิยมในบรรจุภัณฑ์อาหารและยา ด้วยความใส แข็งแรง และช่วย “ชะลอ” การซึมผ่านของอากาศได้ในระดับหนึ่ง แต่ในทางปฏิบัติ PET ไม่สามารถป้องกันการแทรกตัวของอากาศ และความชื้นได้ 100% เพราะโดยธรรมชาติของวัสดุพอลิเมอร์ยังมีการซึมผ่าน (permeation) เกิดขึ้นได้ตลอดช่วงเวลาการเก็บรักษา โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ร้อนหรือชื้น
จึงเป็นเหตุผลที่หลายอุตสาหกรรมเลือกใช้แนวคิดแบบ “ระบบบรรจุภัณฑ์” คือไม่พึ่งวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่เสริมด้วยตัวช่วยที่แก้ปัญหาได้ตรงจุด ได้แก่ ซองกันชื้น และ ซองดูดออกซิเจน เพื่อทำให้สินค้า “คงคุณภาพได้นานขึ้น” และทำให้การทำงานของผู้ประกอบการง่ายขึ้น
ความชื้นคือศัตรูตัวเงียบของสินค้าแห้งจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นอาหารกรอบ ผงชง วิตามิน อาหารเสริม หรือยาเม็ด เพราะความชื้นเพียงเล็กน้อยก็ทำให้สินค้า
- นิ่ม/เสียความกรอบ
- จับตัวเป็นก้อน
- เสื่อมสภาพ หรือเกิดปฏิกิริยาที่ทำให้คุณภาพลดลง
ซองกันชื้น ทำหน้าที่ดูดซับไอน้ำที่หลงเหลืออยู่ในบรรจุภัณฑ์ หรือที่ค่อย ๆ แทรกเข้ามาระหว่างการเก็บรักษา ช่วยลดความชื้นภายในบรรจุภัณฑ์ และช่วยคงคุณภาพสินค้าได้สม่ำเสมอ โดยไม่ต้องเปลี่ยนวัสดุบรรจุภัณฑ์ให้ซับซ้อนหรือราคาแพง
หากคุณเลือกใช้ พลาสติก PET เป็นบรรจุภัณฑ์หลักแล้ว สิ่งที่ทำให้ “คุณภาพสินค้าอยู่ยาว” มักไม่ใช่การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้ซับซ้อนขึ้น แต่คือตัวช่วยด้วย ซองกันชื้น และ ซองดูดออกซิเจน ที่ช่วยจัดการความชื้นและออกซิเจนซึ่งเป็นตัวการหลักของการเสื่อมคุณภาพได้อย่างตรงจุด ใช้งานง่าย คุมต้นทุนได้ และช่วยลดปัญหาได้จริง
บริษัท คีป ทู เก็ตเตอร์ ผู้ผลิต และจัดจำหน่าย ซองกันชื้น ซองดูดออกซิเจนที่ได้มาตรฐาน อย. และ Food Grade อีกทั้งเรามีบริการให้คำปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร.02-044-9188,02-044-9588 | Facebook | Tiktok | สินค้าของเรา
